ประกันรถยนต์ 2+ ดีอย่างไร

ในยุคปัจจุบันนี้หากใครที่ไม่ได้ทำประกันรถยนต์ไว้นั้นอาจส่งผลให้ใช้ชีวิตได้ลำบากมากขึ้น อาจจะต้องระวังตลอดเวลาในการขับรถ ซึ่งถึงแม้บางครั้งเราอาจระวังตัวอย่างดีแต่ก็มีคนมาขับชนรถเราได้เช่นกัน ดังนั้นการทำประกันรถยนต์จึงช่วยเราในส่วนนี้ได้ซึ่งหลายคนอาจบอกว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้นมีราคาแพง จ่ายไม่ไหวหรอก ขับแบบระมัดระวังเองจะดีกว่า ความจริงแล้วนั้นนอกเหนือจากประกันชั้น 1 เราก็มีประกันรถยนต์ประเภทอื่น ๆ อีกมากมายที่ราคาถูกและความคุ้มครองไม่แพ้ประกันชั้น 1 เลย นั่นก็คือประกันรถยนต์ 2+ โดยประกันรถยนต์ 2+ หรืออาจเรียกว่าประกัน 2+ นั้นเป็นประกันที่มีการพัฒนามาจากประกันชั้น 2 ซึ่งเป็นการเพิ่มความคุ้มครองเข้ามาและประกัน 2+ ราคาก็จะเพิ่มมาจากชั้น 2 เพียงเล็กน้อยแต่ได้ความคุ้มครองเกือบเทียบเท่าประกันชั้น 1 ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำประกัน 2+ ให้ทุกคนได้รู้จักกันว่าประกันรถยนต์ประเภทนี้มีข้อดีอย่างไรบ้าง 

ข้อดีของประกันรถยนต์ 2+ 

  • ประกัน 2+ มีความคุ้มครองที่เกือบเทียบเท่าประกันชั้น 1 โดยเป็นการพัฒนาความคุ้มครองมาจากประกันชั้น 2 คือ จากเดิมที่คุ้มครองรถยนต์ของคู่กรณีเท่านั้น แต่ประกัน 2+ นั้นจะเพิ่มความคุ้มครองในส่วนของรถผู้เอาประกันเข้าไปด้วย หมายความว่าประกัน 2+ นั้นซ่อมเขาและซ่อมเรา ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว นอกเหนือจากนี้ก็ยังคุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายและไฟไหม้อีกด้วย 
  • ประกัน 2+ ราคาถูกมากเมื่อเทียบกับประกันชั้น 1 ซึ่งถึงแม้ว่าประกัน 2+ จะเพิ่มความคุ้มครองมาให้เทียบเท่าประกันชั้น 1 แต่ประกัน 2+ ราคาแพงกว่าประกันชั้น 2 แค่นิดเดียวเท่านั้น จึงทำให้คนสนใจทำประกัน 2+ กันมากกว่าประกันชั้น 2 
  • ประกัน 2+ นั้นช่วยดูแลรถยนต์และการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งภายใต้ความคุ้มครองของประกัน 2+ นั้นจะให้ความคุ้มครองในส่วนของการดูแลค่ารักษาพยาบาล อีกทั้งยังมีการประกันตัวผู้ขับขี่อีกด้วย นั่นหมายความว่าเมื่อมีการเกิดอุบัติเหตุขึ้นผู้ที่ทำประกันรถยนต์ 2+ สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ทั้งค่ารักษาพยาบาลตัวผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมไปถึงคู่กรณีด้วยเช่นกัน 

ประกันรถยนต์ 2+ นั้นนอกจากที่จะมีราคาไม่แพงแล้วนั้นความคุ้มครองก็ถือได้ว่าดีเลยทีเดียว ซึ่งหากใครเห็นว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้นมีราคาสูงเกินไปและอยากได้ความคุ้มครองที่ใกล้เคียงประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็สามารถเลือกทำประกันรถยนต์ 2+ ทดแทนได้

4 ดอยที่ต้องรู้จักก่อนขับรถเช่า เชียงราย

แม้ว่าในตอนนี้จะไม่ใช่ช่วงฤดูหนาว แต่อย่างใดก็ตามหลายคนเมื่อมีวันหยุดยาวแล้วก็มักจะเลือกไปเที่ยวจังหวัดเชียงราย เนื่องจากเป็นจังหวัดที่โดดเด่นด้วยความงดงามตระการตาของวิวทิวทัศน์ทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาลำเนาไพรหรือดอยสูง ทะเลหมอกที่รอการสัมผัสด้วยตาของคุณเอง อย่างไรก็ดีการเลือกไปเที่ยวในจังหวัดเชียงราย หลายๆคนอาจยังลังเลใจว่าจะไปเที่ยวดอยใดดีและอยากขับรถเช่า เชียงราย ซึ่งวันนี้ขอแนะนำดอยที่น่าเที่ยวดังต่อไปนี้

1. ดอยแม่สลอง

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแรกที่อยากแนะนำให้รู้จักก็คือดอยแม่สลอง จุดเด่นของดอยนี้คือเมื่อถึงฤดูกาลของดอกพญาเสือโคร่งจะมีสีชมพูผลิตบานไปทั่วทั้งภูเขา เหมาะสมสำหรับคนที่หาโลเคชั่นถ่ายรูปสวยๆ หรือต้องการสัมผัสความงามของซากุระเมืองไทย หรือหากใครจะไปชมทะเลหมอกที่นี่ก็สวยงามไม่แพ้ที่อื่นๆเช่นกัน  เหมาะสมกับการขับรถเช่า เชียงราย

2.ดอยสะโง้

เมื่อเอ่ยถึงดอยแห่งนี้บางคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนแต่ต้องบอกเลยว่าสถานที่นี่ถือเป็นที่ซึ่งได้รับความนิยมเงียบๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวมานานแล้ว จุดเด่นคือทุ่งดอกเก๊กฮวยที่งดงามและรอให้คุณได้ชม นอกจากนี้คุณยังสามารถชมวิวทิวทัศน์เทือกเขา และทะเลหมอกที่แสนสวยงามได้ในยามเช้าอีกด้วย

3.ดอยวาวี

อีกหนึ่งดอยที่หลายคนคุ้นหูเนื่องจากว่าเป็นยี่ห้อของกาแฟรสเลิศนั่นเอง จุดเด่นของดอยวาวีก็คือการเป็นชุมชนชาวจีนฮ่อที่มีขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีวิวเทือกเขาอันเป็นธรรมชาติที่งดงามอีกด้วย อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นความเหมาะสมอย่างที่ใครก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยก็ว่าได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ดอยวาวีจะได้รับความนิยมมากที่สุด

4.ดอยผาตั้ง

อีกหนึ่งดอยที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือดอยผาตั้ง โดยดอยแห่งนี้จัดได้ว่าเหมาะสมกับคนที่รักการผจญภัยมากที่สุด เนื่องจากเปี่ยมไปด้วยความงดงามตระการตาของทิวทัศน์ อีกทั้งเส้นทางที่กว่าจะฝ่าฟันไปถึงก็เปี่ยมไปด้วยอุปสรรคอีกด้วย สำหรับใครที่ชอบชมวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์จะต้องถูกใจอย่างแน่นอน เนื่องจากที่นี่มีกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งม้ง จีนฮ่อ โดยคุณอาจจะเลือกลองทำกิจกรรมต่างๆ บนดอยเพื่อความเพลิดเพลินก็ได้

และนี่ก็คือ 4 ดอยที่คุณควรไปเมื่อไปเชียงราย หากว่าใครที่อยากให้การขับรถเช่า เชียงรายเป็นไปด้วยความปลอดภัย อย่าลืมตรวจเช็คสภาพรถให้ดี แม้จะเป็นรถเช่าก็ไม่ควรไว้วางใจว่าทางบริษัทรถเช่าได้ทำการตรวจสอบมาให้แล้ว หากทำได้ดังนี้คุณจะท่องเที่ยวขับรถในเชียงรายได้อย่างปลอดภัยแน่นอน

สบู่เหลวแบบเติม กับแบบใช้แล้วทิ้ง แบบไหนดีกว่า

ตั้งแต่มีโรคระบาดโควิด-19 เกิดขึ้นบนโลก คนก็หันมาให้ความสำคัญเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดกันมากขึ้น โดยเฉพาะความสะอาดเกี่ยวกับมือ ที่มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคมากที่สุด และสิ่งที่จะช่วยให้ความปลอดภัยกับเราได้ก็คือการล้างมือด้วยสบู่ และสบู่ที่ให้ความปลอดภัยมากที่สุดก็คือสบู่เหลว เพราะไม่ต้องสัมผัสกับตัวสบู่เหมือนกับสบู่ก้อน 

ซึ่งสบู่ที่ใช้ส่วนใหญ่ก็จะเป็น กล่องกดสบู่เหลว ที่เราเห็นกันตามห้องน้ำสาธารณะ หรือบางบ้านก็อาจจะมีอยู่แล้ว แต่ปัญหาหนึ่งที่อาจมองข้ามกันก็คือ การใช้กล่องสบู่แบบนี้ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการสะสมของเชื้อโรคได้เช่นกัน แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ควรจะเลือกใช้สบู่เหลวแบบไหนจึงจะปลอดภัยกับชีวิตมากที่สุด 

ทำความรู้จักเกี่ยวกับกล่องกดสบู่ 

สำหรับกล่องสำหรับเก็บสบู่เหลวจะมีอยู่ 2 แบบก็คือ แบบที่เป็นชนิดเติม กับแบบที่ใช้หมดแล้วทิ้ง ซึ้งทั้งสองอย่างนี้จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน 

1.กล่องกสบู่ชนิดเติม 

  • ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะเวลาที่สบู่เหลวหมด เราก็แค่เปิดฝาแล้วก็เติมได้ทันที ซึ่งการซื้อแบบเติมมาใส่กับกล่อง จะประหยัดเงินกว่าการซื้อพร้อมกล่อง และกล่องสำหรับใส่สบู่ก็ใช้ได้นาน ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อย 
  • ใช้งานง่าย ก่อนที่จะใช้งานเราก็แค่ติดตั้งกล่องกดสบู่กับพื้นที่ที่ต้องการจะใช้ ซึ่งก็เป็นการติดตั้งเพียงแค่ครั้งเดียว ในครั้งต่อไปเราก็แค่เติมสบู่เท่านั้น ไม่ต้องมาเสียเวลาติดตั้งหลายครั้ง 

ความเสี่ยง  

สำหรับ กล่องกดสบู่เหลว ชนิดเติม มีข้อเสียก็อยู่ตรงที่ว่า เชื้อโรคหรือแบคทีเรา สามารถเข้าไปสะสมอยู่ในสบู่ได้ โดยเฉพาะในตอนที่เปลี่ยนสบู่ ยิ่งมีการใช้งานยาวนานโดยที่ไม่มีการทำความสะอาดเลย เชื้อโรคก็จะสะสมมากขึ้น ทำให้การล้างมือกับกล่องสบู่ที่มีเชื้อโรคนั้น ไม่ทำให้มือสะอาดได้เลย 

2.กล่องกดสบู่ชนิดใช้แล้วทิ้ง 

  • ราคาสูงกว่า เนื่องจากการซื้อสบู่เราจะต้องซื้อทั้งกล่องและสบู่เหลวมาเลย ทำให้ราคาที่ต้องจ่ายสูงกว่าราคาของการซื้อแบบชนิดเติม คนที่มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่าย อาจจะไม่ซื้อไม่ไหว 
  • ติดตั้งบ่อย เมื่อสบู่หมดก็ต้องถอดออกและเปลี่ยนใหม่ยกชุด ไม่สามารถจะทำแบบสบู่ชนิดเติมได้ ดังนั้นจะต้องเสียเวลาในการติดตั้งหลายครั้ง 

ข้อดีของการใช้กล่องแบบใช้แล้วทิ้ง 

คือจะไม่สะสมเชื้อโรคเหมือนกับอย่างแรก เนื่องจากเป็นการใช้แล้วทิ้ง อีกอยางเชื้อโรคก็ไม่สามารถเข้าไปในภาชนะที่ปิดสนิทได้ ความปลอดภัยจึงสูงกว่าแบบชนิดเติมแน่นอน  

ควรเลือกใช้แบบไหนดี 

เพื่อเป็นความปลอดภัยกับชีวิตของเราเอง อยากจะแนะนำว่า ถ้าหากในบ้านของคุณมีสมาชิกหลายคน ให้ใช้แบบใช้แล้วทิ้งจะเหมาะกว่า แต่ถ้าอยู่ไม่กี่คน จะใช้แบบเติมก็ได้ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ อย่างไรก็ตามในการเลือกใช้ กล่องกดสบู่เหลว ให้เน้นที่ความปลอดภัยไว้ก่อนจะดีที่สุด ถึงแม้ว่าราคาจะต้องจ่ายเพิ่ม ก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่เหมือนกัน เป็นการซื้อคุณภาพชีวิตให้กับตัวเราเองด้วย  

ความสำคัญที่ดีของ ผ้าปูลายริ้ว

ผ้าปูลายริ้ว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่ง เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ตัวเลือก และทางเลือกที่ค่อนข้างมีความชัดเจน เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ทางเลือก ที่พร้อมจะช่วยให้การนอนของคุณนั้น สบายและสะดวกมากยิ่งขึ้นสิ่งเหล่านี้นั้น จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ค่อนข้างมีความชัดเจน และลงตัวที่สุดมันจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างมีความน่าสนใจและเต็มไปด้วย ประสิทธิภาพและคุณภาพที่ลงตัว อย่างเห็นได้ชัดสิ่งต่างๆเหล่านี้จึงเป็นอาชีพต้องห้ามมีความสำคัญที่ชัดเจนที่สุด ที่จะเป็นที่ยอมรับกันได้ว่า จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ดีจริงมันจึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่เต็มไปด้วยทางเลือก และความพร้อมที่เห็นได้อย่างลงตัวเลยก็ว่าได้  Read more…

ชวนมาดูหลักคำนวณเบี้ยประกัน เผื่อจะช่วยคุณตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์ได้ง่ายขึ้น

การมีรถยนต์เป็นของตนเอง สิ่งหนึ่งที่หลายคนกังวลก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เวลาเกิดเหตุไม่คาดคิดในการขับขี่ขึ้น นั่นจึงทำให้คนมีรถทั้งหลายจำเป็นที่จะต้องซื้อประกันรถยนต์เผื่ออนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้เอาไว้

แต่เรื่องการจ่ายเบี้ยเป็นเหตุผลใหญ่ที่ทำให้หลายคนไม่ค่อยอยากลงทุนในเรื่องประกัน เพราะปีหนึ่ง ๆ ก็ต้องจ่ายกันหลักหมื่น ถือว่าไม่น้อย แล้วเงินที่เราต้องจ่ายตรงนี้ปกติเขามีหลักคำนวณกันอย่างไรบ้างนะ เดี๋ยวมาบอกให้ คุณจะได้ลองนำไปคำนวณและตัดสินใจกันดู

Actuarial Science ศาสตร์แห่งการคำนวณค่าเบี้ยของบริษัทประกัน

ปัจจุบันจะมีสาขาวิชาหนึ่งที่เปิดสอนเป็นหลักสูตรในมหาวิทยาลัยกันเลย นั่นก็คือ Actuarial Science หรือ ในชื่อภาษาไทยก็คือ “คณิตศาสตร์ประกันภัย” วิชานี้ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการคำนวณทางคณิตศาสตร์ แต่จริง ๆ แล้ววิชานี้ได้รวบรวมแนวทางทางคณิตศาสตร์ในหลายแง่มุมเอาไว้ด้วยกัน ทั้ง

  • การประเมินสถานการณ์
  • การจำลองเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น
  • การวิเคราะห์เหตุการณ์ที่ผ่านมา และการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
  • การวิเคราะห์ผลกระทบทางด้านการเงิน
  • การสื่อสารในเรื่องผลกระทบทางด้านการเงินที่ได้มาจากการวิเคราะห์

แง่มุมต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกนำมาใช้ร่วมกันทั้งหมด จนในที่สุดแล้วตกผลึกออกมาเป็นการกำหนดค่าเบี้ยของประกันรถที่ทาบริษัทมานำเสนอแก่เราที่เป็นผู้ซื้อประกันรถยนต์

ค่าเบี้ยประกัน คำนวณจากอะไรบ้าง ?

เราได้รู้กันไปแล้วว่าทางบริษัทประกันเขาใช้หลักหรือความรู้ในศาสตร์ใดมาคำนวณอัตราเบี้ยให้กับเรา ทีนี้มาดูส่วนของ Data หรือข้อมูลกันบ้างว่า มีข้อมูลตรงไหนชุดไหนที่พวกเขาจะยกมาใช้เป็นหลักในการนำมาคำนวณกันบ้าง

ตัวรถยนต์

  1. รุ่นของรถยนต์ : ถ้าเป็นในแนวรถหรูหรือรถสปอร์ต รุ่นรถยนต์เหล่านี้จะมีค่าเบี้ยที่แพงกว่ารถเก๋งรุ่นตลาดทั่วไป
  2. สมรรถนะของเครื่องยนต์ : ถ้าเป็นเครื่องที่แรงม้าสูง ๆ ทำความเร็วได้สูง ราคาเบี้ยก็จะแพงขึ้น
  3. ประเภทของเครื่องยนต์ : หากเป็นเครื่องยนต์แบบเทอร์โบ ราคาเบี้ยก็จะแพงขึ้น
  4. ปีของรถยนต์ที่ทำการผลิต : หากเป็นรถรุ่นเก่าราคาก็จะเบาลงตามไปด้วย แต่ก็ต้องไม่เก่าจนเกินไป หากรถเก่ามาก บริษัทประกันก็จะไม่รับทำเหมือนกัน

ผู้ขับขี่

  1. อายุของผู้ขับขี่ : ถ้าอายุยังน้อยแสดงว่าประสบการณ์ในการขับขี่น้อย เบี้ยก็จะแพงขึ้น ถ้าเป็นผู้ใหญ่มีประสบการณ์ขับรถมาแล้ว ราคาก็จะถูกลง
  2. สถานภาพของผู้ขับขี่ : หากผู้ขับขี่สมรสแล้ว ราคาเบี้ยจะถูกกว่าคนที่ยังโสด ตรงนี้มีการศึกษามาแล้วว่า คนที่สมรสแล้วจะขับรถมีสติมากกว่า รู้จักยับยั้งชั่งใจมากกว่าจึงมีความเสี่ยงน้อยกว่าคนโสด
  3. ประวัติการเคลม : หากใครที่เคยซื้อ ประกัน รถยนต์และมีการเคลมมาแล้ว เมื่อมีการต่อประกันหรือทำกับที่ใหม่ ค่าเบี้ยมักจะสูงขึ้น หรือหากเคลมบ่อยบางบริษัทอาจไม่ให้ต่อประกันเลย

นี่คือข้อมูลที่ทางบริษัทประกันจะยึดไว้เป็นหลักในการพิจารณาเวลาคำนวณเบี้ยประกัน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ผู้ขับขี่และเจ้าของรถจะรู้ตัวเองดีอยู่แล้วว่าตรงไหนเข้าเกณฑ์พิจารณาลดเบี้ยได้บ้าง หรือตรงไหนที่จะเป็นเงื่อนไขทำให้บริษัทคิดค่าเบี้ยแพงขึ้น ก็ลองนำไปเป็นหลักในการพิจารณาสำหรับการซื้อประกันรถยนต์ของคุณในครั้งต่อไปได้เลย

ท็อปเปอร์ ยางพาราแท้ 100 % กับประโยชน์ที่น่าสนใจ

ท็อปเปอร์ เบาะรองนอน ที่สามารถตอบโจทย์เรื่องของการนอนหลับพักผ่อนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะท็อปเปอร์ ยางพาราแท้ 100 % ซึ่งมีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากกว่าท็อปเปอร์ที่ทำมาจากวัสดุอื่น เนื่องจากในปัจจุบัน ท็อปเปอร์ที่วางขายอยู่ทั่วไปถูกผลิตมาจากวัสดุหลายชนิด เช่น ไมโครไฟเบอร์ ขนสัตว์เทียม โฟมหรือเมมโมรี่โฟม และท็อปเปอร์ยางพารา เป็นต้นRead more…

3 ข้อดีของการตรวจสุขภาพประจำปีจาก Medical Line Lab ที่เราควรเลือก

                ปัจจุบันในแต่ละองกรณ์ หรือ แต่ละบริษัท นั้นมีกิจกรรมมากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกิจกรรมการตรวจสุขภาประจำปี ที่จะทำให้ได้รู้ถึงสุขภาพของพนักงานแต่ละคน และวันนี้ในบทความนี้เราขอแนะนำหนึ่งในการตรวจสุขภาพประจำปีจาก Medical Line Lab  ที่มีการใช้บริการในทั่วประเทศ ว่ามีข้อดีอะไรบ้าง ? ในบทความนี้เราได้รวบรวมข้อดีมาไว้ให้แล้วRead more…

ขั้นตอนการทาสีกันซึม

เมื่อเราเกิดเจอปัญหาน้ำซึมเข้าบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เเล้ว จะมาจากดาดฟ้าของบ้านเรา หรือ ระเบียงบ้านของเรา ในการเเก้ไขนั้น เราก็ต้องเเก้ไขด้วยการทาสีกันซึม เรามาดูขั้นตอนการทาสีกันซึมกันRead more…

การกำจัดปลวกแบบไม่ใช่สารเคมี

ปลวก เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในบ้านที่ทุกคนกังวล โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไม้เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง หากไม่มีการป้องกันเอาไว้ล่วงหน้ามาก่อน ก็มักจะหนีปัญหาปลวกไม่พ้น ขึ้นอยู่กับว่าจะเจอช้าหรือเร็ว และจะเจอปัญหามากหรือน้อยเท่านั้น และถ้าเจอเมื่อไหร่ก็ไม่ควรปล่อยเอาไว้ ควรกำจัดทันทีที่เห็น จะได้ไม่สร้างความเสียหายให้มากกว่านั้น

สำหรับวิธีการกจำจัดปลวกก็มีอยู่หลายวิธีเช่นกัน นอกจากการกำจัดด้วยของใกล้ตัว ด้วยสมุนไพร หรือว่าจะเป็นการจ้าง บริษัทปลวก แล้ว ยังมีการกำจัดด้วยวิธีอย่างอื่นอีกเช่นกัน ซึ่งก็เป็นของที่เราหาเอามาทำในบ้านของเราเองนี่แหละ ลองมาดูกันก่อนดีกว่า เผื่อเป็นทางเลือกของใครได้ ที่ไม่อยากจะเสียเงินในการจ้างคนมากำจัด

วิธีการกำจัดปลวกแบบง่ายๆ

1.ตากแดดแรงๆ

หากพบเจอปลวกเข้ามากัดกินเฟอร์นิเจอร์ หรือว่าเครื่องใช้อะไรในบ้านที่เป็นไม้ วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือให้คุณนำอุปกรณ์เหล่านั้นมาตากแดดแรงๆ สักครึ่งวัน ก็จะเป็นการกำจัดปลวกได้เช่นกัน เพราะว่าปลวกจะเป็นสัตว์ชอบอาศัยอยู่ในที่มืดและที่ชื้น หากเจอแดดแรงๆ ก็จะอยู่ไม่ได้และตายในที่สุด วิธีนี้เป็นการกำจัดที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย และเป็นวิธีที่น่าลองด้วย

2.ใช้ฮีทเตอร์

วิธีการใช้ฮีทเตอร์ก็จะเหมือนกับการนำมาตากแดดแรงๆ นั่นแหละ แต่จะใช้ในกรณีที่คุณไม่สามารถยกของใช้หนักๆ บางชิ้นออกมาตากแดดได้ ก็ให้ใช้ฮีทเตอร์เข้าไปเป่าตรวจบริเวณที่ปลวกเข้ากัดกิน พยายามให้โดนตัวปลวกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหากไม่โดนตัวปลวก ก็จะไม่มีผลอะไร

3.กำจัดแหล่งที่เป็นความเสี่ยง

อันนี้เป็นวิธีที่ บริษัทปลวก ก็ใช้เหมือนกัน หากในบ้านของเรามีอุปกรณ์หรือว่าของอะไรที่เสี่ยงทำให้ปลวกเข้ามาอยู่อาศัย อย่างเช่นพวกเศษกระดาษต่างๆ เศษไม้ที่เหลือใช้แล้วกองสุมๆ กันไว้ ก็จะเป็นสาเหตุให้ปลวกเข้าบ้านได้อย่างดีทีเดียว ฉะนั้นหากคุณพบเห็นของเหล่านี้ในบ้าน ก็ควรกำจัดทันที เพราะไม่ช้าก็เร็วปลวกจะเข้ามาอยู่แน่นอน

4.กำจัดความชื้นในบ้าน

อย่างที่เรารู้กันว่าปลวกมักจะอาศัยอยู่ตามที่ชื้น ซึ่งหากในบริเวณบ้านของเรามีสภาพชื้นอยู่ตลอดเวลา ก็จะเป็นที่โปรดปรานของพวกปลวกเลยแหละ ดังนั้นหากพบเจอส่วนไหนของบ้านที่มีน้ำซึม มีความชื้อตลอดเวลา ก็ควรซ่อมทันที ไม่เช่นนั้นปลวกจะเข้ามากัดกินในบ้านส่วนอื่นๆ ต่อไปอีกได้

5.ใช้มืออาชีพ

หากคุณทำเองแล้วไม่ได้ผล หรือว่าได้ผลแค่ชั่วคราวไม่นานพวกมันก็กลับมาอีก แนะนำว่าให้คุณยอมควักเงินสักเล็กน้อยในการจ้าง บริษัทปลวก มาเลย จะดีกว่าที่คุณต้องมานั่งทำอยู่บ่อยๆ แล้ววไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นทางเลือกให้กับหลายๆ คนที่ต้องการอยากจะกำจัดปลวกด้วยตัวเอง ได้เอาไปลองทำดู หากทำแล้วได้ผลคุณก็ไม่ต้องเสียเงินในการจ้างคนมาทำเลย แต่ถ้าทำแล้วไม่ได้ผลก็อย่ารอช้า ให้จ้างคนมาทำทันที ปล่อยไว้นานเท่าไหร่ก็จะยิ่งเสียหายหนักเท่านั้น

โรงงานรับผลิตอาหารเสริมกับปัจจัยที่สำคัญในการสร้างแบรนด์

ในยุคที่คนเราหันมาดูแลใส่ใจรักษาสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การควบคุมอาหารที่ทานในแต่ละวัน รวมถึงการทานอาหารเสริมต่างๆด้วย ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจแบรนด์อาหารเสริมได้รับกระแสนิยมตามไปด้วย

ซึ่งปัจจุบันโรงงานรับผลิตอาหารเสริมได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยสร้างแบรนด์อาหารเสริมให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยที่สนใจลงทุนในธุรกิจอาหารเสริม แต่ไม่มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง ซึ่งช่วยให้ผู้เริ่มต้นทำธุรกิจได้มีโอกาสเป็นเจ้าของแบรนด์โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากเกินไป และไม่ต้องดำเนินการใดๆด้วยตัวเองเลย เพราะโรงงานรับผลิตอาหารเสริมจะช่วยดำเนินการทุกอย่างแบบครบวงจร ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในการสร้างแบรนด์อย่างมากเลยทีเดียว

รับผลิตอาหารเสริม

โรงงานรับผลิตอาหารเสริมเรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญและเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของคุณให้ประสบความสำเร็จได้ นั่นเพราะว่าโรงงานเหล่านี้จะรับหน้าที่เป็นทุกอย่าง ดูแลแบบครบวงจร ไม่ว่าจะทำหน้าที่เป็นโรงงานผู้ผลิตอาหารเสริมภายใต้ชื่อแบรนด์ของคุณ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำปรึกษาแนะนำ ช่วยคิดค้น วิจัย พัฒนาสูตรอาหาร รวมถึงการทดลองสูตรต่างๆ ช่วยออกแบบ Packaging กล่องบรรจุภัณฑ์ ฉลาก โลโก้แบรนด์ ช่วยขึ้นทะเบียน อย. จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า รวมไปถึงการวางแผนการตลาดและประชาสัมพันธ์โปรโมทสินค้าเพื่อสร้างยอดขายให้แบรนด์ของคุณ โดยที่คุณเองไม่ต้องดำเนินการใดๆด้วยตัวเองเลย คุณภาพของสินค้าก็ขึ้นอยู่กับโรงงานรับผลิตด้วย หากได้โรงงานที่มีมาตรฐานได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ใช้วัตถุดิบและส่วนผสมที่มีคุณภาพไม่มีสารเจือปน ก็จะยิ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและสามารถมั่นใจในคุณภาพของสินค้าว่าปลอดภัยต่อผู้บริโภคจริงๆ

การเลือกโรงงาน รับผลิตอาหารเสริม เพื่อมาเป็นพาร์ทเนอร์ในการสร้างแบรนด์จึงสำคัญมาก หากคุณต้องเลือกโรงงานเพื่อลงทุนทำธุรกิจ จึงจำเป็นต้องใส่ใจในการเลือกโรงงาน หาข้อมูลเปรียบเทียบโรงงานต่างๆ เพื่อให้ได้โรงงานที่ดีมีคุณภาพและตรงกับความต้องการที่สุด โดยแต่ละโรงงานจะมีแพ็คเก็จราคา ปริมาณขั้นต่ำในการผลิตและการบริการที่แตกต่างกันไป ซึ่งโรงงานที่ดีควรมีบริการแบบ One Stop Service แบบครบวงจรเพื่อลดขั้นตอนต่างๆและประหยัดเวลาในการดำเนินการเองในบางขั้นตอน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจของคุณได้เป็นอย่างมาก

การลงทุนทำธุรกิจล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยง และการลงทุนนั้นก็ต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยเลย ดังนั้นหากจำเป็นต้องเลือกโรงงานรับผลิตอาหารเสริมในการลงทุนสร้างแบรนด์อาหารเสริม จึงต้องให้ความสำคัญในการเลือกโรงงานให้ดี ทั้งนี้เพื่อการสร้างแบรนด์ของคุณที่มีคุณภาพ เป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ และได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มผู้บริโภคได้ ซึ่งธุรกิจของคุณจะดีได้หรือไม่ โรงงานรับผลิตอาหารเสริมถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในการกำหนดแบรนด์ของคุณด้วยเช่นกัน