ขั้นตอนการทาสีกันซึม

เมื่อเราเกิดเจอปัญหาน้ำซึมเข้าบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เเล้ว จะมาจากดาดฟ้าของบ้านเรา หรือ ระเบียงบ้านของเรา ในการเเก้ไขนั้น เราก็ต้องเเก้ไขด้วยการทาสีกันซึม เรามาดูขั้นตอนการทาสีกันซึมกัน

วิธีการทาสีกันซึม

  1. สำรวจบริเวณที่เกิดปัญหาน้ำรั่วซึม

ปกติดาดฟ้าของบ้านเรา เวลาก่อสร้างก็จะมีการทำกันซึมไว้ให้อยู่เเล้วในระดับนึง บ้างก็ผสมในซีเมนต์เลย บ้างก็มาใช้สีกันซึมทาทับอีกที ในการสำรวจนั้น เราทำได้ไม่ยาก มีข้อสังเกตุง่ายๆก็คือ บริเวณที่เกิดน้ำรั่วซึมส่วนใหญ่เเล้วจะเกิดตรงบริเวณที่มีรอยเเตกร้าว หรือ บริเวณที่เป็นเเอ่งน้ำ

  1. ทำควาสะอาดพื้นผิว

การทำความสะอาดนั้น ถ้าให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดควรใช้เครื่องฉีดน้ำเเรงดันสูง water jet ฉีดล้างทำความสะอาด หากพื้นผิวเดิมเป็นซีเมนต์ ก็เเค่ฉีดให้สะอาด เเต่ถ้าหากพื้นเดิมมีการทาสีกันซึมอยู่เเล้ว ให้เราขูดลอกฟิล์มสีเดิมที่เสื่อมสภาพ ลอกล่อน ปริเเตก ออกให้มากที่สุด ออกถึงพื้นผิวปูนได้เลยยิ่งดี เพราะถ้าเอาออกไปไม่หมด บางทีการทาสีทับไป อาจทำให้ ลอกล่อน ในอนาคตได้

สีกันซึม
  1. ปรับพื้นผิวให้ลาดเอียงไปยังท่อน้ำทิ้ง หรือ ท่อเดรนให้มากที่สุด

การปรับพื้นผิวนั้น บางทีเราอาจจะทำเองไม่ได้ ต้องใช้ผู้เชียวชาญในด้านวิศวกรรมมาประเมินเเละหาเเนวทางในการเเก้ไข เพราะถ้าหากพื้นผิวเป็นเเอ่ง เวลาฝนตก จะทำให้เกิดน้ำขัง เเละมีโอกาสน้ำจะซึมเข้าบ้านได้อีก

  1. อุดโป๊วรอยเเตกร้าว

หากบริเวณดาดฟ้าของเรา พื้นผิวมีการลาดเอียงอยู่เเล้ว ก็ถือว่าโอเค ให้ทำขั้นตอนต่อไป นั้นก็คือ สำรวจรอยเเตกร้าวเเละอุดโป๊ว หากเราเจอรอยเเตกร้าวเเล้ว ให้ทำการซ่อมโดยการ ขยายร่องให้กว้างสัก 2-3 มิลลิเมตร จากนั้น อุดโป๊วด้วย PU SEALANT ซึ่งเป็นวัสดุยืดหยุ่นสูง เเละ สามารถป้องกันน้ำซึมเข้าอาคารได้ด้วย

  1. ทาสีรองพื้น

หลังจากอุดโป๊วรอยเเตกร้าวเสร็จเเล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ ขั้นตอนการทาสีรองพื้น สีรองพื้นที่ควรใช้คือ สีรองพื้นปูนเก่า ทาไปบนพื้นผิวเเบบชุ่มๆ 1 เที่ยว ทิ้งให้เเห้ง 2-3 ชั่วโมง

  1. ทาสีกันซึม

ผลิตภัณฑ์สีกันซึมในบ้านเรา มีมากมายหลายยี่ห้อมาก อีกทั้งยังมีหลายเกรด หลายวัสดุ เพราะฉะนั้นการเลือกใช้ สีกันซึมนั้น ควรศึกษาข้อมูลให้ชัดเจน ว่าสีเเต่ละประเภทนั้น มีข้อดีข้อเสียยังไง เช่น

  • วัสดุกันซึมประเภทอะคลิลิค ก็จะเป็น สีกันซึม ที่สามารถกันน้ำซึมได้จริง เเต่มีข้อเเม้คือต้องทำ บนพื้นที่ลาดเอียง หรือพื้นที่ที่ไม่ใช่เเอ่งน้ำ เพราะวัสดุประเภทนี้จะไม่สามารถทนน้ำขังได้ ต้องควรระวัง
  • วัสดุกันซึมประเภทโพลียูรีเทน วัสดุประเภทนี้จะตอบโจทย์ในส่วนของวัสดุกันซึมด้านบน ก็คือ สามารถทนน้ำขังได้ เป็น เวลา 1 เดือน ขึ้นไป เเละยังยืดหยุ่นได้สูงกว่า สีประเภทอะคลิลิค การทนทานดีกว่า อายุการใช้งานมากกว่า

การกำจัดปลวกแบบไม่ใช่สารเคมี

ปลวก เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในบ้านที่ทุกคนกังวล โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ไม้เป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง หากไม่มีการป้องกันเอาไว้ล่วงหน้ามาก่อน ก็มักจะหนีปัญหาปลวกไม่พ้น ขึ้นอยู่กับว่าจะเจอช้าหรือเร็ว และจะเจอปัญหามากหรือน้อยเท่านั้น และถ้าเจอเมื่อไหร่ก็ไม่ควรปล่อยเอาไว้ ควรกำจัดทันทีที่เห็น จะได้ไม่สร้างความเสียหายให้มากกว่านั้น

สำหรับวิธีการกจำจัดปลวกก็มีอยู่หลายวิธีเช่นกัน นอกจากการกำจัดด้วยของใกล้ตัว ด้วยสมุนไพร หรือว่าจะเป็นการจ้าง บริษัทปลวก แล้ว ยังมีการกำจัดด้วยวิธีอย่างอื่นอีกเช่นกัน ซึ่งก็เป็นของที่เราหาเอามาทำในบ้านของเราเองนี่แหละ ลองมาดูกันก่อนดีกว่า เผื่อเป็นทางเลือกของใครได้ ที่ไม่อยากจะเสียเงินในการจ้างคนมากำจัด

วิธีการกำจัดปลวกแบบง่ายๆ

1.ตากแดดแรงๆ

หากพบเจอปลวกเข้ามากัดกินเฟอร์นิเจอร์ หรือว่าเครื่องใช้อะไรในบ้านที่เป็นไม้ วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือให้คุณนำอุปกรณ์เหล่านั้นมาตากแดดแรงๆ สักครึ่งวัน ก็จะเป็นการกำจัดปลวกได้เช่นกัน เพราะว่าปลวกจะเป็นสัตว์ชอบอาศัยอยู่ในที่มืดและที่ชื้น หากเจอแดดแรงๆ ก็จะอยู่ไม่ได้และตายในที่สุด วิธีนี้เป็นการกำจัดที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย และเป็นวิธีที่น่าลองด้วย

2.ใช้ฮีทเตอร์

วิธีการใช้ฮีทเตอร์ก็จะเหมือนกับการนำมาตากแดดแรงๆ นั่นแหละ แต่จะใช้ในกรณีที่คุณไม่สามารถยกของใช้หนักๆ บางชิ้นออกมาตากแดดได้ ก็ให้ใช้ฮีทเตอร์เข้าไปเป่าตรวจบริเวณที่ปลวกเข้ากัดกิน พยายามให้โดนตัวปลวกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหากไม่โดนตัวปลวก ก็จะไม่มีผลอะไร

3.กำจัดแหล่งที่เป็นความเสี่ยง

อันนี้เป็นวิธีที่ บริษัทปลวก ก็ใช้เหมือนกัน หากในบ้านของเรามีอุปกรณ์หรือว่าของอะไรที่เสี่ยงทำให้ปลวกเข้ามาอยู่อาศัย อย่างเช่นพวกเศษกระดาษต่างๆ เศษไม้ที่เหลือใช้แล้วกองสุมๆ กันไว้ ก็จะเป็นสาเหตุให้ปลวกเข้าบ้านได้อย่างดีทีเดียว ฉะนั้นหากคุณพบเห็นของเหล่านี้ในบ้าน ก็ควรกำจัดทันที เพราะไม่ช้าก็เร็วปลวกจะเข้ามาอยู่แน่นอน

4.กำจัดความชื้นในบ้าน

อย่างที่เรารู้กันว่าปลวกมักจะอาศัยอยู่ตามที่ชื้น ซึ่งหากในบริเวณบ้านของเรามีสภาพชื้นอยู่ตลอดเวลา ก็จะเป็นที่โปรดปรานของพวกปลวกเลยแหละ ดังนั้นหากพบเจอส่วนไหนของบ้านที่มีน้ำซึม มีความชื้อตลอดเวลา ก็ควรซ่อมทันที ไม่เช่นนั้นปลวกจะเข้ามากัดกินในบ้านส่วนอื่นๆ ต่อไปอีกได้

5.ใช้มืออาชีพ

หากคุณทำเองแล้วไม่ได้ผล หรือว่าได้ผลแค่ชั่วคราวไม่นานพวกมันก็กลับมาอีก แนะนำว่าให้คุณยอมควักเงินสักเล็กน้อยในการจ้าง บริษัทปลวก มาเลย จะดีกว่าที่คุณต้องมานั่งทำอยู่บ่อยๆ แล้ววไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นทางเลือกให้กับหลายๆ คนที่ต้องการอยากจะกำจัดปลวกด้วยตัวเอง ได้เอาไปลองทำดู หากทำแล้วได้ผลคุณก็ไม่ต้องเสียเงินในการจ้างคนมาทำเลย แต่ถ้าทำแล้วไม่ได้ผลก็อย่ารอช้า ให้จ้างคนมาทำทันที ปล่อยไว้นานเท่าไหร่ก็จะยิ่งเสียหายหนักเท่านั้น

3ประเภทเครื่องฟอกอากาศ ในบ้าน

ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ในบ้าน รู้หรือไม่ว่าเครื่องฟอกอากาศมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน แต่ละชนิดก็เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป หากจะเลือกซื้อกันแบบไม่ได้ศึกษาข้อมูลมามากเพียงพอ ก็อาจจะได้เครื่องฟอกอากาศที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการได้ นอกจากจะใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่แล้ว อาจจะเปลืองเงินโดยใช่เหตุอีกด้วย เพราะฉะนั้นมันจะดีกว่าไหม? ถ้ามาศึกษาข้อมูลของแต่ละประเภทให้ละเอียดรอบคอบก่อนจะตัดสินใจซื้อ ดังนี้

เครื่องฟอกอากาศ ในบ้าน

ประเภทของเครื่องฟอกอากาศ ในบ้าน

  1. เครื่องฟอกอากาศแบบพัดลม ถึงชื่อจะบอกว่าพัดลม แต่การทำงานแตกต่างจากพัดลมมากเลยทีเดียว เพราะใบพัดของเครื่องฟอกชนิดนี้จะดูดเอาฝุ่นหรือสิ่งสกปรกภายในห้องเข้าไปในเครื่องฟอกผ่านไส้กรองเพื่อดักจับสิ่งสกปรกเหล่านี้ก่อน จากนั้นก็ปล่อยอากาศที่ผ่านการฟอกจนสะอาดแล้วออกมา เครื่องฟอกอากาศประเภทนี้ราคาค่อนข้างถูก มีหลายรุ่นหลายสีให้เลือกซื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อมาใช้สำหรับหลายห้อง ทั้งนี้ต้องบอกก่อนว่าเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ค่อนข้างเสียงดังในขณะทำงาน รวมทั้งยังต้องถอดไส้กรองออกมาทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรองบ่อยๆ เพราะฉะนั้นอาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลามากนัก
  2. เครื่องฟอกอากาศแบบไฟฟ้าสถิต เป็นเครื่องฟอกอากาศ ในบ้านที่ทำงานได้เงียบมาก ในระบบไฟฟ้าสถิตเพื่อดับจับฝุ่นและสิ่งสกปรก ไส้กรองไม่ค่อยอุดตัน จึงมีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย แต่ว่าราคาค่อนข้างสูง จึงไม่เหมาะที่จะซื้อมาใช้สำหรับหลายๆห้อง แต่ถ้าบ้านใครมีห้องที่ต้องเอาใจใส่เรื่องอากาศมากเป็นพิเศษอย่างห้องเด็กอ่อน ห้องผู้ป่วยโรคในระบบทางเดินหายใจ ฯลฯ ก็สามารถซื้อมาใช้ได้
  3. เครื่องฟอกอากาศระบบไอออน เป็นเครื่องฟอกอากาศที่จะปล่อยไอออนออกไปจัดการกับเชื้อโรคและสิ่งปลอมปนต่างๆในอากาศ ส่วนใหญ่เครื่องฟอกประเภทนี้จะมีขนาดที่ค่อนข้างเล็กไปจนถึงเล็กมากๆ เพราะฉะนั้นพื้นที่การทำงานก็จะน้อยลงตามไปด้วย จึงเหมาะกับการใช้สอยในพื้นที่จำกัด เช่น ห้องน้ำ รถยนต์ เป็นต้น

            และนี่ก็เป็นข้อมูลของเครื่องฟอกอากาศ ในบ้านแต่ละประเภทที่เรานำมาฝากกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละประเภทจะเหมาะกับการใช้งานต่างกัน พื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสมก็ไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นข้อมูลเหล่านี้จึงเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำคัญที่คนที่กำลังสนใจจะซื้อเครื่องฟอกอากาศ ในบ้าน https://www.bwellairpurifier.com/products/residential-air-purifier/ ควรจะรู้กัน จะได้นำไปประกอบการตัดสินใจต่อไป

รถ6ล้อรับจ้างชลบุรี บริการที่ดีกว่า

การรับบรอารหรือการเลือใช้บริการขนของ เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ เพราะความปลอดภัยในทรัพย์สิน ซึ่งการส่งของหรือส่งพัสดุไปรษณีย์ ยังคงเป็นรูปแบบการบริการที่เราต้องการ เพราะการติดต่อสื่อสารและการเชื่อมต่อถึงกันโดยการส่งของก็ยงคงเป็นอีกรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ต้องอยู่คู่กับคนเราไปจนตลอดชีวิต แต่เรื่องของการบริการส่งของก็ยังไม่จบเพียงแค่การ ส่งของที่ไหนยังไงก็ได้ เพราะสุดท้ายเราก็ยังคงต้องการบริการที่ดีที่สุด สะดวกและรวดเร็วมากที่สุด นั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งของไปต่างจังหวัด ยิ่งต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ การเลือกรับบริการเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดจึงเกิดขึ้น และการบริการในปัจจจุบันนี้ ที่เราสามารถเลือกได้อย่างหลากหลายทั้งไปรษณีย์ไทย และบริการขนส่งเอกชน โดยใช้รถ6ล้อรับจ้างชลบุรี จึงมีคำถามตามมามากมาย เช่น เราควรเลอกใช้บริการที่ไหนดีกว่า

ความสะดวกสบายในการบริการไปรษณีย์ไทยสมัยที่ยังไม่มีบริการจากเอกชน ก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีและได้รับความนิยม เรียกว่าทางเลือกมีไม่มากเราจึงไมม่มีข้อเปรียบเทียบ แต่ปัจจุบันนี้ การบริการส่งสินค้าจากบริษัทขนส่งเอกชน  รถ6ล้อรับจ้างชลบุรี จึงเกิดข้อเปรียบเทียบ ว่าเราควรเลือกใช้บริการทางไหนดีกว่ากันแล้วรูปแบบการบริการขนส่งสินค้าในประเทศระหว่างไปรษณีย์ไทยกับเด็กเอกชนอันไหนดีกว่ารูปแบบเป็นอย่างไรมีข้อแตกต่างยังไงวันนี้เราจะพาคุณไปดูคำตอบ ในเรื่องเหล่านี้กัน

ค่าขนส่งระหว่างไปรษณีย์ไทยและบริษัทเอกชน  จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับลักษณะของบริการซึ่งการขนส่งผ่านไปรษณีย์ไทยสามารถทำได้ 2 วิธีคือแบบลงทะเบียนและแบบ EMS ค่าขนส่งจะคิดตามน้ำหนักของสินค้าทำให้สินค้าที่มีน้ำหนักมากจะมีค่าขนส่งสูงตามไปด้วยในส่วนของการขนส่งเอกชนจะมีการคิดค่าขนส่งแตกต่างกันออกไปตามผู้ให้บริการ เช่นคิดค่าขนส่งตามขนาดกล่องสินค้าและประเภทการให้บริการ มีการขนส่งแบบเหมาคันสำหรับขนส่งสินค้าหรือขนส่งด่วนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลรวมถึงขนส่งด่วนไปต่างจังหวัด 

ระยะเวลาในการขนส่ง 

ไปรษณีย์ไทย ขึ้นอยู่กับบริการที่เลือกและพื้นที่ปลายทางส่วนมากจะใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 3 วันเนื่องจากสินค้าต้องไปส่งที่จุดคัดแยกก่อนนำส่ง แต่ถ้าหากต้องการส่งสินค้าภายในวันเดียวผู้ส่งจะต้อง ส่งของที่จุดบริการก่อนเวลา 11:00 น และสามารถจัดส่งในรูปแบบวันเดียวได้เฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น 

การขนส่งเอกชน ค่อนข้างมีความยืดหยุ่นและรวดเร็วมากกว่าเพราะผู้ใช้บริการสามารถเรียกรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอพพลิเคชั่นหรือการโทรศัพท์ติดต่อโดยตรงและยังมีการขนส่งแบบเหมาคันจึงทำให้ความรวดเร็วเพิ่มขึ้น

 ความปลอดภัยของสินค้า ถ้าหากเราเปรียบเทียบก็จะเห็นว่าสินค้าที่ใช้บริการขนส่งผ่านบริษัทเอกชนมีความปลอดภัยในเรื่องของการแตกหักเสียหายมากกว่าเพราะไม่ต้องส่งสินค้าไปจุดคัดแยก 

ส่งตรงความสดชื่นให้คุณถึงที่ ด้วย Kamu Delivery ชานมไข่มุกที่ครองใจคนไทย

Kamu-Delivery

                หากกล่าวถึงชานมไข่มุก เครื่องดื่มที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย หลายคนคงนึกถึง Kamu Teaเป็นอันดับต้น ๆ แบรนด์ชานมไข่มุกสัญชาติไทยที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 8 ปี และมีสาขาให้บริการมากกว่า 50 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งโดยส่วนมากสาขาจะอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า หรือตามอาคารสำนักงานในบริษัทต่าง ๆ เพื่อให้บริการผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิด แต่หากคุณอยู่ไกลจากสาขาที่เปิดให้บริการ หรือไม่อยากออกไปตากแดดร้อน ๆ ผจญภัยกับหมู่มวลรถที่ติดแน่นขนัด วันนี้สามารถใช้บริการ Kamu Delivery ได้แล้ว โดยมีช่องทางให้เลือกใช้บริการหลากหลายช่องทาง ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับไข่มุกนุ่ม ๆ กับชานมหอมละมุนกันได้ถึงที่

แต่รู้หรือไม่ว่าเมนูชานมไข่มุกของ Kamu ที่มีบริการ Delivery นั้นไม่ได้มีให้บริการครบทุกเมนูเหมือนไปซื้อด้วยตนเองที่หน้าร้าน แต่ก็เป็นเมนูที่ทางร้านคัดสรรมาแล้วว่าเป็นเมนูสุดฮิตที่มากความอร่อย รสชาติกลมกล่อมอย่างแน่นอน วันนี้เราจึงมาแนะนำเมนู Kamu Delivery ว่าแก้วไหนเด็ดโดนใจสายหวาน คอชาไข่มุกกันบ้าง

Black Sesame Azuki

เมนูแนะนำที่ได้รับความนิยมจากการให้บริการหน้าร้านอย่างล้นหลาม ส่งต่อมายังบริการเดลิเวอรี ซุปงาดำราดด้วยนมถั่วเหลืองเกรดพรีเมียม Topping ถั่วแดง ให้อารมณ์เหมือนทานน้ำเต้าหู้ในมื้ออาหารเช้าที่มากด้วยคุณค่าทางอาหาร โดยเมนูนี้ทางร้านมีขนาดแก้วให้บริการแค่ไซส์เอ็มไซส์เดียวเท่านั้น

Premium Matcha Milk Tea

เมนูชาเขียวมัจฉะที่Kamu ภูมิใจนำเสนอ ด้วยความเข้มข้นของรสชาติชาเขียวเกรดพรีเมียมที่คัดเฉพาะยอดอ่อนของใบชาจากเมืองชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ชาเขียวมัจฉะของ Kamu มีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์โดยสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะสั่งเป็นเมนูร้อน เย็น หรือปั่น และกำหนดระดับความหวาน ขนาด และTopping เพิ่มได้อีกด้วย

Kamu Milk Tea

ชานมไข่มุก Kamu ในตำนาน เมนูหลักยืนคู่มากับแบรนด์ Kamu มาตลอด 8 ปี เมนูที่สาวกชานมไข่มุกต้องติดใจ และเช่นเดียวกันในการสั่งเดลิเวอรีเมนูนี้สามารถเลือกออฟชั่นต่าง ๆ ของชาได้ตามชอบใจ อาทิ ระดับความหวาน เมนูร้อน เย็น ปั่น หรือ Topping ที่ต้องการจะใส่เพิ่ม เรียกได้ว่าอร่อยได้อย่างหลากหลาย โดนใจสุด ๆ ไปเลย

Grass Jelly Fresh Milk

หรือชื่อไทยอย่างเป็นทางการ “เฉาก๊วยนุ่มนมสด”เมนูขนมหวานสุดฮิตของคนไทย ที่มอบความชื่นใจทุกครั้งที่ได้ลิ้มลอง โดยเนื้อเฉาก๊วยของ Kamu นั้นก็รังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ เนื้อเนียนนุ่มลื่นละลายในปาก บวกกับนมสดที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ทั้งสองผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวจนยากที่จะหยุดลิ้มรส

Espresso Chizu Macchiato

เมนูกาแฟดำสุดพิเศษที่มีขายแค่บางสาขาเท่านั้น โดยสาเหตุที่เลือกนำ Espresso Chizu Macchiato ในเมนู Kamu Delivery มาแนะนำในวันนี้ ก็เพราะความพิเศษของ Cheese Cream ที่ลอยละมุนอยู่ด้านบนของกาแฟดำ ให้รสชาติเข้มของกาแฟที่ละมุนอย่างบอกไม่ถูก โดยการสั่งผ่านช่องทางเดลิเวอรีนั้น สามารถเลือก Topping ชนิดของนมที่ต้องการใส่ อาทิ นมไขมันต่ำ นมถั่วเหลือง นมสด หรือนมคามู และสามารถเลือกระดับความหวานเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยมีให้เลือกตั้งแต่ 0% ไปจนถึง 125 % เลยทีเดียว

5 เมนู Kamu Delivery ที่นำมาแนะนำกันในวันนี้ เป็นข้อมูลดี ๆ ที่ควรรู้ก่อนสั่ง เผื่อใครไม่ทราบนึกว่าสั่งได้ครบทุกเมนูเหมือนไปซื้อที่ร้าน จะได้ไม่เสียอารมณ์ภายหลัง จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันการให้บริการเดลิเวอรีนั้น เป็นสิ่งยืนยันได้ชัดเจนเลยว่าเทคโนโลยีนำพามาซึ่งความสะดวกสบายอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่อาหารที่สามารถเดลิเวอรีได้ ปัจจุบันเครื่องดื่มราคาประหยัดก็สามารถทำได้เช่นกัน การใช้บริการ Kamu Delivery จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้คนทุกเพศทุกวัยในยุค 4.0 ได้อย่างแน่นอน

สุขภาพดีพร้อมหุ่นสวยด้วยเมนูอาหารคีโต ไม่ยากอย่างที่คิด

สุขภาพดีพร้อมหุ่นสวย

             การดูแลสุขภาพ นอกจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและการออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างเหมาะสมแล้ว ยังหมายรวมถึงการกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย แต่เทรนด์อาหารในปัจจุบันกลับมีสัดส่วนของอาหารที่ไม่เหมาะต่อการดูแลสุขภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ  เช่น ชานมไข่มุก ขนมเค้ก ไอศกรีม เบเกอรี และผลไม้รสหวาน เป็นต้น ซึ่งอาหารดังกล่าวมักเป็นอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูง เพราะด้วยรสชาติมักถูกปากเรามากกว่าอาหารเพื่อสุขภาพเสมอ จึงทำให้เราเกิดการพลั้งเผลอไปกับอาหารพลังงานสูงแต่ไม่มีประโยชน์ได้ง่าย จากปัญหาดังกล่าวจึงเกิดกระแสการกินอาหารเพื่อสุขภาพอย่างหลากหลายในปัจจุบัน รวมถึงการกินคีโตที่ให้ผลดีในการควบคุมน้ำหนักไม่แพ้การกินอาหารเพื่อสุขภาพแบบอื่น แต่การกินแบบคีโตจะให้ผลดีสูงสุดได้นั้น เราจำเป็นต้องเข้าใจความหมายและวิธีการกินแบบคีโตอย่างแท้จริงเสียก่อน

รู้หรือไม่ว่าการกินคีโตคืออะไร

             เทคนิคการกินอาหารแบบคีโต คือ การเลือกกินอาหารเพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาวะการเผาผลาญพลังงานแบบ Ketosis ซึ่งการเผาผลาญแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อร่างกายมีระดับของอินซูลินต่ำมาก นั่นหมายความว่าเราจำเป็นต้องกินแป้งและน้ำตาลต่ำมากด้วยเช่นกัน โดยร่างกายจะเปลี่ยนไปเลือกใช้แหล่งพลังงานจากไขมันเป็นหลัก ดังนั้นอาหารคีโตคืออาหารที่มีไขมันชนิดดีสูง โปรตีนปานกลาง และคาร์โบไฮเดรตต่ำ

ไขมันที่เหมาะกับการกินแบบคีโตคือไขมันชนิดดี ได้แก่ ไขมันอิ่มตัว เช่น น้ำมันมะพร้าว กะทิ ไขมันจากเนื้อสัตว์ เป็นต้น ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เช่น น้ำมันจากถั่วอัลมอนด์ แมคาเดเมีย น้ำมันมะกอก อะโวคาโด น้ำมันเมล็ดองุ่น เป็นต้น และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เช่น ไขมันจากปลาแซลมอน น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์เป็นถือว่าเป็นไขมันเลว เกิดจากการแปรรูปไขมันในทางอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันกลิ่นหืน ไขมันกลุ่มนี้ได้แก่ มาการีน ช็อคโกแลต และมายองเนส

โปรตีน ที่เหมาะสมกับการกินแบบคีโต ได้แก่ เนื้อสัตว์ติดมัน ไข่ เครื่องใน อาหารทะเล นมอัลมอนด์ ทั้งนี้ไม่ควรเลือกโปรตีนแปรรูปเพราะมักมีการผสมแป้งเข้าไปด้วย ทำให้ได้คาร์โบไฮเดรตที่เราไม่ต้องการ

ผักกินได้ทุกชนิด ยกเว้นพืชหัวหรือพืชที่มีแป้งสูง เช่น แครอท ฟักทอง มันฝรั่ง มันเทศ บรอกโคลี และถั่วฝักยาว ดังนั้นจึงควรเน้นผักใบเขียว ส่วนผลไม้ให้เลือกผลไม้รสเปรี้ยวที่มีแป้งและน้ำตาลน้อย เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เลมอน เป็นต้น

ชา กาแฟกินได้ แต่ไม่ควรใส่นมและน้ำตาล ไม่ควรกินแอลกอฮอล์ น้ำหวานและน้ำอัดลม เพราะให้คาร์โบไฮเดรตและน้ำสูง ดีที่สุดควรเลือกกินเป็นน้ำเปล่าเป็นหลัก

ตัวอย่างเมนูอาหารคีโตทำเองง่าย ๆ ที่บ้านโดยอาจจะแบ่งเป็นมื้อหลักดังนี้

อาหารเช้า เช่น ไข่กระทะใส่เบคอน นมอัลมอนด์ ผักโขมอบชีส เป็นต้น

อาหารกลางวัน เช่น สลัดไก่ทอด สเต๊กหมูย่าง แกงส้มกุ้งชะอมทอด ผัดผักบุ้ง คะน้าหมูกรอบ เป็นต้น

อาหารเย็น เช่น สเต็กปลาแซลมอน ไข่รวนเนย ต้มกะทิไก่ คอหมูย่าง เห็ดย่าง เป็นต้น

โดยอาจมีการประยุกต์เปลี่ยนเมนูอาหารไปเรื่อย ๆ ขอเพียงแต่เป็นในกลุ่มของอาหารที่มีไขมันชนิดดีระดับสูง (75%) โปรตีนระดับกลาง (20%) และคาร์โบไฮเดรตไม่เกิน 5% นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญมากอีกอย่างคือไม่ควรใส่น้ำตาลและผงชูรสในทุกเมนูอาหาร รวมทั้งให้ระวังน้ำจิ้ม ซอสเครื่องปรุง และน้ำสลัดที่มีน้ำตาลสูง ดังนั้นก่อนเลือกหยิบอาหารและเครื่องปรุงกลับบ้าน จำเป็นต้องอ่านฉลากให้ละเอียดก่อนเสมอ

แม้การการกินคีโตจะเป็นการกินที่ฝืนธรรมชาติการกินแบบปกติ และฉีกแนวไปจากวิถีชีวิตของคนไทยที่เน้นกินข้าวเป็นหลัก แต่ก็สามารถใช้เป็นทางเลือกใหม่ให้กับคนทั่วไปที่รักสุขภาพและอยากหุ่นดีได้ ทั้งนี้ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคกระเพาะและทางเดินอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจกินอาหารแบบคีโต เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาวของต้นเอง

มหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ส่งท้ายปีพร้อมโปรโมชั่นและดีลสุดพิเศษที่ โปรโมชั่น 12.12 Birthday Sale 

ฟินกันต่อกับโปรโมชั่นส่งฟรีทั่วไทย ช้อปแค่ 0 บาทก็ส่งฟรีทั่วประเทศ พร้อมรับส่วนลด 50% ทุกวัน รีบช้อปด่วนตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2019 นี้! https://shopee.co.th/m/12-12

เลือกร้านของเล่นสำหรับซื้อของเล่นเด็กอย่างไร

การเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับเด็ก นอกจากจะต้อเรียนรู้ในห้องเรียนโดยคุณคู และการเรียนท้านด้วยตัวพ่อแม่เอง อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ ที่จะเป็นช่องทางให้เด็กได้เรียนรู้ได้ก็คือ การเล่นของเล่นจาก ร้านของเล่นเด็ก ที่มีส่วนช่วยอย่างมาก ในการเสริมสร้างพัฒนาการ และการเรียรู้สิ่งต่างๆ ของเด็ก้ให้สมบูรณ์ และรวดเร็วมากกว่าเดิมด้วย ของเล่นจึงจำเป็นกับเด็กมาก

ปัจจุบันก็มีของเล่นมากมายสำหรับเด็ก แต่ก็ไม่ใช่ว่าของเล่นทุกอย่าง จะเหมาะสมกับเด็กเสมอไป บางอย่างก็อาจจะเป็นอันตรายกับเด็กได้ด้วย หากเลือกซื้อผิด หรือว่าเลือกซื้อไม่สมกับวัย สำหรับเกณฑ์ในการเลือกซื้อของเล่นจากร้านของเล่น ก็มีดังต่อไปนี้

-เลือกร้านที่มีมาตรฐาน สิ่งสำคัญที่สุดของของเล่นสำหรับเด็กก็คือ จะต้องเป็นของเล่นที่มีมาตรฐาน และไม่เป็นอันตรายกับเด็ก อย่างเช่นเด็กเล็กๆ มักจะหยิบอะไรเข้าปากอยู่เสมอ ของเล่นจากร้านของเล่นเด็ก จึงไม่ควรมีอะไรที่เป็นสารปนเปื้อน ที่อาจจะทำให้เด็กได้รับอันตรายไปด้วย จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกซื้อของเล่นเหล่านี้ จากร้านที่มีมาตรฐานอย่างเดียวเท่านั้น

-มีตัวเลือกเยอะ เพราะการเล่นของเล่นสำหรับเด็ก จะได้ผลที่สุดก็ต่อเมื่อ เราเลือกขจองเล่นที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก อย่างเช่นเด็กแรกเกิด จะต้องเป็นของเล่นที่เสริมสร้างเรื่องประสาทสัมผัสทั้งหมด สิ่งที่เคลื่อนไหวรอบตัว เป็นต้น ถ้าโตขึ้นมาอีกหน่อย ก็เสริมสร้างทักษะด้านต่างๆเข้าไปอีก แต่ละช่วงอายุ จึงเลือกของเล่นที่ไม่เหมือนกัน

-เน้นใช้งานได้หลากหลาย เพื่อเป็นความคุ้มค่าของพ่อแม่เอง ที่ต้องการอยากจะประหยัดค่าใช้จข่าย ในการเลือกของเล่นอะไรก็ตามจาก ร้านของเล่นเด็ก ควรเลือกของเล่นที่สามารถประยุกต์ หรือเอามาปรับเปลี่ยนในการเล่นได้หลากหลายแบบ เพื่อไม่ให้เด็กเบื่อ และก็ประหยัดเงินในการซื้อด้วย จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อหลายๆ ครั้ง

-ต้องไม่พังง่าย เพราะเด็กบางทีก็ทำอะไรแรงเหมือกัน ฉะนั้นการเลือกของเล่นสำหรับเด็ก จะต้องเลือกชนิดที่ไม่แตก หรือว่าพังง่ายเกินไป เพราะมันจะเป็นอันตรายกับเดเกได้ อย่างพวกแก้ว หรือว่าอะไรที่มันกรอบ ของเล่นเหล่านี้วรหลีกเลี่ยงเลย หากไม่อยากจะให้ลูกน้อยได้รับอันตรายเข้าไปด้วย

สิ่งสำคัญอีกอย่างที่เราควรเลี่ยงในการเลือกซื้อของเล่น จากร้านของเล่นเด็ก ก็คือ อย่าเลือกซื้อของที่เป็นมือสอง เพราะอาจจะทำให้เด็กได้รับอะไรต่างๆมากมาย เข้าไปได้ อย่างเช่นพวกโรคต่างๆ ที่มักจะมากับของมือสอง เพราะเราไม่รู้เลยว่า ก่อนที่จะมาถึงมือเรานั้น ของเล่นได้ผ้านอะไรมาบ้าง จึงต้องหลีกเลี่ยงตั้งแต่ตอนแรกจะดีที่สุด

เพียงแค่นี้ เราก็สามารถเลือกซื้อของเล่น จากร้านของเล่นเด็ก แบบที่ถูกใจลูก และปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกได้แล้ว แต่นการซื้อของเล่นอะไรก็ตาม ไม่ควรจะเลือกซื้อมาไวเออยะเกินไป หรือซื้อสำรองเอาไว้ เพราะส่วนใหญ่แล้ว เด็กมักจะเบื่อของเล่นเร็ว และอยากจะได้ใหม่อยู่เสมอ ฉะนั้นเพื่อเป็นการประหยดงบของพ่อแม่เอง ควรเลือกของเล่นท่เห็นว่าจำเป็นเท่านั้น ของเล่นอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ ก็พยายามหลีกเลี่ยงจะดีที่สุด